new media

กลุ่มหมีดหม้อสีขาว สื่อพลเมืองชุบชีวิตชุมชน

“หมีดหม้อสีขาว” เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ หมายถึง เขม่าบริเวณก้นหม้อที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งโดยปกติเราจะเห็นเป็นสีดำ แต่หากมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์จะเป็นเขม่าสีขาว ซึ่งเปรียบเหมือนการรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ไม่จำกัดอายุ ที่มีจิตใจสาธารณะ “กลุ่มหมีดหม้อสีขาว อ.จะนะ จ.สงขลา” ตั้งใจจริงในการร่วมกันผลิตสื่อที่มีจุดยืนเพื่อชุมชน คนที่มาร่วมกลุ่มกันก็ความหลากหลายทั้งนักเรียน นักศึกษา เยาวชนและชาวบ้านในหมู่บ้าน สื่ออิสระ สื่อท้องถิ่น นักพัฒนาเอกชน

นักข่าวพลเมืองและความหมายใหม่ของสื่อสาธารณะ

บทสัมภาษณ์ ‘สมเกียรติ จันทรสีมา’ ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อประชาสังคม และหัวหน้าโต๊ะนักข่าวพลเมือง ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ “สื่อสาธารณะต้องเปิดพื้นที่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยในการสื่อสาร กล่าวคือ ทุกคนมีสิทธิที่จะสื่อสารอย่างเท่าเทียม และมีสิทธิที่จะเลือกรับข้อมูลข่าวสารเพื่อตัดสินใจ...กระบวนการทำงานข่าวพลเมืองเป็นเรื่องการเสริมพลัง (empower) ชาวบ้านที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาตัวเอง”

บุหรงซีงอ: เชื่อมเสียงเยาวชนและความจริงชุมชนชายแดนใต้


 

ความยาวนานของเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในฐานะ “เหยื่อ” ที่สูญเสียคนในครอบครัวจากความรุนแรง และส่วนหนึ่งกลายเป็น “เหยื่อ” ที่ถูกสังคมตีตราว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งนำไปสู่การควบคุมตัวและดำเนินคดีในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแนวร่วมของผู้ก่อความไม่สงบ กลายเป็นช่องว่างระหว่างเยาวชนกับรัฐเพราะความไม่เข้าใจ ทว่า ความซับซ้อนของสถานการณ์ดังกล่าวถูกสื่อกระแสหลักนำเสนอเพียงแง่มุมของความรุนแรงเป็นหลัก

เบื้องหลังสำนักข่าวทะเลบัว จ.พัทลุง

สำนักข่าวทะเลบัว ต.ทะเลน้อย www.thalabua.com  ตั้งแต่กลางปี 2550 เยาวชนจำนวนหนึ่งจาก 4 โรงเรียนในตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้แก่ โรงเรียนวัดทะเลน้อย โรงเรียนวัดประดู่หอม โรงเรียนพนางตุง และโรงเรียนอุดมวิทยายน 7 ได้รวมตัวกันในนามของ "กลุ่มสื่อเยาวชนสีขาว" สามารถออกหนังสือพิมพ์รายเดือน "สื่อเยาวชน" อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนปัญหาอบายมุข โดยเฉพาะการพนัน เหล้า และบุหรี่ในชุมชนของเขาอย่างมีพลัง กลายเป็นเอกสารที่ต้องแจกประจำเดือนในการประชุมระดับจังหวัด มากกว่านั้น ยังนำเนื้อหาจากหนังสือพิมพ์สื่อเยาวชนไปสร้างมูลค่าเพิ่มอ่านออกอากาศในหอกระจายข่าวของแต่ละโรงเรียนดังกล่าว และวิทยุชุมชนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ

จดหมายเปิดผนึกจาก คปส และ FACT ถึง พลเมืองไทย


ว่าด้วยการบังคับใช้ พรบ ความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม เป็นต้นไป

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2550 คือวันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง พรบ ฉบับนี้เป็นกฏหมายฉบับแรก ที่ถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ภายหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ทั้งนี้ หลังการประกาศใช้ พระราชบัญญัติดังกล่าว มีผลบังคับใช้จริงภายใน 30 ดังนั้นในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อพลเมืองไทยทุกคน โดยเฉพาะปัจเจกบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลที่ความเกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทุกมิติ อีกทั้ง กระทรวงไอซีทีกำลังดำเนินการผลักดัน กฎกระทรวงซึ่งเป็นกฎหมายประกอบ พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จำนวน 3 ฉบับ คือ ...

สื่อใหม่กับการเซ็นเซอร์


ซี.เจ. ฮินกี กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย ตั้งคำถามการทำหน้าที่ของสื่อใหม่ที่มีศักยภาพในการผลักดันความคิดมนุษย์ให้เปลี่ยนไป เพราะธรรมชาติของสื่อใหม่ชักนำให้เรารับฟังทุกความคิดเห็น หลายครั้งความคิดเห็นจำนวนหนึ่งอาจจะดูหลุดโลกไป เอาเข้าจริงอินเตอร์เน็ทก็เหมือนโทรทัศน์ หากไม่ชอบใจช่องไหน ก็ "เปลี่ยนช่อง" ได้เสมอ ไม่มีใครบังคับให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ทกล้ำกลืนกับสิ่งที่ตัวเองกระอักกระอ่วนหรือไม่ชอบใจ ทุกคนสามารถเปลี่ยนไปดูสิ่งอื่นๆ ได้ตลอดเวลา แต่ทำไมจึงต้องมีการ "เซ็นเซอร์" บทความนี้อาจให้คำตอบได้บางแง่มุม